7 เรื่องต้องรู้ในการ ปูกระเบื้องห้องน้ำ

7 เรื่องต้องรู้ในการ ปูกระเบื้องห้องน้ำ

7 เรื่องต้องรู้ในการ ปูกระเบื้องห้องน้ำ
7 เรื่องต้องรู้ในการ ปูกระเบื้องห้องน้ำ

7 เรื่องต้องรู้ในการ ปูกระเบื้องห้องน้ำ การปูกระเบื้องห้องน้ำเป็นหนึ่งในงานที่ยากกว่าห้องอื่นๆ โดยเฉพาะสำหรับช่างกระเบื้องจะมีสิ่งที่ต้องทำมากกว่าปกติ ส่วนผู้อยู่อาศัยที่ต้องตรวจรับงานห้องน้ำก็ถือว่าเป็นงานที่ยากกว่าการตรวจรับห้องอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

ด้วยความที่ห้องน้ำจะต้องเผชิญกับสภาวะน้ำขัง เปียก และมีเชื้อราเกิดขึ้นได้ง่ายเนื่องจากมีน้ำขังตามร่องน้ำต่างๆ ทำให้การปูกระเบื้องห้องน้ำมีเรื่องที่ต้องเตรียมการเอาไว้มากกว่าการปูกระเบื้องห้องอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา น้ำขัง น้ำซึม เชื้อราขึ้น หรือยาแนวรั่ว และปัญหาอื่นๆ อีกมากมายที่จะตามมา ถ้าหากว่าจัดการกับกระเบื้องห้องน้ำได้ไม่ดีเพียงพอ

สำหรับผู้อ่านที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ทำบ้านมาก่อนอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องยากมากๆ บางท่านอาจจะเลือกจ้างผู้มีประสบการณ์มาตรวจรับงานแทน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ควรทำแต่ก็ไม่ใช่ราคาที่ถูกนัก สำหรับคนที่อยากประหยัดก็สามารถที่จะทำได้ด้วยตัวเองเช่นเดียวกัน

เพราะอันที่จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปนักถ้าหากคุณมีการเตรียมการที่ดีเพียงพอ ในบทความนี้บุญถาวรจะมาแชร์สิ่งที่คุณควรจะต้องรู้ในการปูกระเบื้องห้องน้ำ ไม่ว่าคุณจะปูกระเบื้องห้องน้ำเองหรือจ้างช่างมาปูกระเบื้อง หรือแม้แต่การตรวจรับงานก่อนที่ช่างจะส่งมอบ อ่านบทความนี้จบแล้วจะช่วยคุณได้มากยิ่งขึ้น

การปูกระเบื้องห้องน้ำมีเรื่องที่ต้องรู้มากกว่าที่คิด
ในบทความนี้บุญถาวรจะแชร์ 7 เรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการปูกระเบื้องห้องน้ำ ทั้ง 7 ข้อนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการจัดการกับกระเบื้องห้องน้ำที่คุณไม่ควรมองข้าม ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูทั้ง 7 ข้อกันเลยดีกว่าว่าจะมีเรื่องอะไรกันบ้าง

  1. ทากันซึมก่อนปูกระเบื้องห้องน้ำ

การปูกระเบื้องห้องน้ำจะต้องมีการทากันซึมเตรียมเอาไว้ที่พื้นก่อนเสมอ เพราะตัวกันซึมนี้จะช่วยลดปัญหาน้ำซึมลงได้เป็นอย่างดี เพราะอย่าลืมว่าห้องน้ำถึงแม้จะมีการออกแบบช่องระบายน้ำทิ้งได้ดีแค่ไหนก็จะมีน้ำหลงเหลืออยู่ตามพื้นอยู่ดี และอาจจะทำให้เกิดการรั่วซึมตามมาได้ ก่อนการปูกระเบื้องห้องน้ำจึงต้องมีการทากันซึมเตรียมเอาไว้แล้วค่อยลงกระเบื้องตามมาทีหลัง จากนั้นก็ปล่อยเอาไว้ให้แห้ง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าไปใต้กระเบื้องได้

  1. เลือกประเภทกระเบื้องห้องน้ำให้เหมาะสม

ชนิดของกระเบื้องที่จะนำมาปูบนห้องน้ำจะมีความแตกต่างไปจากกระเบื้องปูพื้นในห้องอื่นๆของตัวบ้าน ส่วนใหญ่แล้วการปูกระเบื้องห้องน้ำจะนิยมเลือกใช้กระเบื้องที่มีผิวหยาบเพราะจะช่วยกันลื่นและไม่ทำให้เกิดอันตรายในการใช้ห้องน้ำ ไม่ควรเลือกกระเบื้องที่มีการเคลือบมันโดยเด็ดขาด ชนิดของกระเบื้องที่ใช้ปูห้องน้ำนิยมใช้เป็นกระเบื้องโมเสคเพราะสามารถกันลื่นได้ มีความทนทาน ไม่ชื้น และไม่ค่อยรั่วซึม

  1. เริ่มปูกระเบื้องผนังก่อนพื้น

เวลาพูดถึงการปูกระเบื้องห้องน้ำ จะมีอยู่ 2 ส่วนหลักๆ ก็คือกระเบื้องส่วนพื้นกับกระเบื้องส่วนผนัง สำหรับห้องน้ำแล้ว การปูกระเบื้องส่วนผนังเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ และเป็นสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้โดยเด็ดขาด ถ้าไม่มีการปูกระเบื้องที่ผนังก็อาจจะทำให้ผนังห้องน้ำเกิดเชื้อราขึ้นได้ง่าย วิธีการปูให้เริ่มต้นจากการปูส่วนผนังก่อนเสมอ แล้วค่อยมาปูกระเบื้องห้องน้ำส่วนพื้นทีหลัง สาเหตุก็เพราะว่าเป็นการป้องกันไม่ให้มีปูนหรือยาแนวร่วงตกหล่นลงมาใส่พื้นกระเบื้องที่อยู่ด้านล่าง เพราะจะแก้ไขได้ยาก ต้องมานั่งขูดซึ่งอาจจะทิ้งรอยเอาไว้บนตัวกระเบื้องได้

  1. ทากันซึมก่อนปูกระเบื้องห้องน้ำ

นอกจากทากันซึมแล้ว พื้นห้องน้ำที่ดีควรมีการออกแบบให้ลาดเอียงเล็กน้อย ย้ำว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แค่เพียงพอจะให้เป็นทางน้ำไหลผ่านไปยังท่อระบายน้ำทิ้งได้ ถ้าพื้นเอียงมากจนเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายในการใช้งานได้ ก่อนการปูกระเบื้องห้องน้ำจึงควรคุยกับช่างเอาไว้ล่วงหน้า ว่าตำแหน่งไหนจะเป็นท่อระบายน้ำทิ้ง ตำแหน่งไหนจะเป็นฝักบัว ตำแหน่งจะเป็นก๊อกน้ำ และจะให้น้ำไหลไปท่อน้ำทิ้งทางไหน

  1. ยาแนวเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

หลังกระบวนการปูกระเบื้องห้องน้ำเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนใหญ่ช่างจะนิยมทิ้งเอาไว้ประมาณ 2 วันเต็มๆ โดยไม่ปล่อยให้มีน้ำหรือของเหลวใดๆ เข้าไปเปียกตัวพื้นห้องน้ำเลย ในระหว่างนี้เราไม่ควรเข้าไปใช้ห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งไม่ควรปล่อยให้มีน้ำเข้าไปเปียกในตัวห้อง เพราะจะทำให้น้ำรั่วซึมไปยังกระเบื้องที่ปูและรั่วไปตามรอยยาแนวด้วย และที่สำคัญคือถ้าเว้นระยะเวลาได้นานกว่า 2 วันขึ้นไปได้ก็จะยิ่งดี นี่คือเรื่องง่ายแต่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ และห้ามลืมโดยเด็ดขาด

  1. การเลือกสีกระเบื้องห้องน้ำ

มาพูดถึงเรื่องสีกับการปูกระเบื้องห้องน้ำกันบ้าง ถ้าสังเกตกันดีๆ จะพบว่าในปัจจุบันดีไซเนอร์ส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้กระเบื้องห้องน้ำที่มีสีสันฉูดฉาด มีลวดลายที่สด หรือไม่ก็มีสีสันออกไปโทนเย็นๆ เข้มๆ ไปเลย แต่จะไม่นิยมเลือกใช้กระเบื้องสีอ่อนๆ หรือสีขาวมาปูกระเบื้องห้องน้ำ สาเหตุที่เลือกแบบนี้เพราะนอกจากความสวยงามแล้วยังมีเหตุผลอื่นๆอีกด้วย พอใช้ห้องน้ำไปสักพักสีอ่อนๆ โดยเฉพาะสีขาวจะสังเกตเห็นคราบและความสกปรกได้ง่ายกว่ากระเบื้องห้องน้ำสีอื่นๆ ในตำแหน่งที่มีการใช้งานบ่อยๆ จะยิ่งพบเห็นคราบความสกปรกได้ง่ายกว่าปกติ ซึ่งเป็นเรื่องไม่งามสำหรับแขกที่มาเยี่ยมบ้านแล้วมาเห็นคราบเหล่านี้ ดีไซเนอร์จึงนิยมแก้ปัญหานี้ด้วยการเลือกใช้สีกระเบื้องที่มีสีสันฉูดฉาดแทน

  1. การตรวจรับงานปูกระเบื้องห้องน้ำ

มาถึงอีกหนึ่งเรื่องสำคัญสำหรับคนทำบ้านที่ต้องตรวจรับงานจากช่างด้วยตัวเอง แน่นอนว่าในส่วนของห้องน้ำนั้นจะมีสิ่งที่คุณจะต้องตรวจดูหลายเรื่องเลยทีเดียว และถ้าตรวจรับไม่ดี ได้งานที่ไม่สมบูรณ์ จะไปแก้ไขในภายหลังก็จะยิ่งยากมากๆ หัวข้อสุดท้ายนี้บุญถาวรจึงอยากจะมาแนะนำวิธีการตรวจรับงานในส่วนห้องน้ำด้วยตัวคุณเองโดยไม่ต้องจ้างให้เสียเงิน นอกจากเรื่องเบสิคพื้นฐานอย่างการตรวจลวดลายของกระเบื้องว่าช่างได้ปูตามแบบที่เราต้องการแล้วหรือไม่ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันที่จะต้องตรวจก่อนรับบ้านก็คือ

1.การตรวจเช็คหาช่องวางใต้แผ่นกระเบื้อง: วิธีการก็ง่ายๆคือลองเคาะลงไปบนกระเบื้องแต่ละจุดแล้วสังเกตว่าเสียงจะต้องเหมือนๆกัน ถ้าเสียงแตกต่างกันอาจจะเกิดจากการปูกระเบื้องห้องน้ำแล้วมีช่องว่างด้านใต้กระเบื้องได้ ควรรีบแก้ไขก่อนที่จะเกิดปัญหาในอนาคต

2.ตรวจการยาแนวพื้นกระเบื้อง: วิธีการก็คือให้สังเกตรอยยาแนวว่ามีความสม่ำเสมอกับขอบของตัวแผ่นกระเบื้องหรือไม่ ไม่ควรมีรูและร่องน้ำที่จะทำให้เกิดน้ำรั่วซึมเข้าไปใต้แผ่นกระเบื้องได้ และช่างควรเลือกใช้ยาแนวสำหรับห้องน้ำโดยเฉพาะเพราะมีคุณสมบัติกันน้ำและกันเชื้อราได้ดีกว่ายาแนวปกติ

3.การตรวจความลาดเอียงของพื้น: วิธีการก็คือให้ลองเทน้ำลงไปบนพื้นจริงๆแล้วสังเกตดูว่าน้ำไหลไปทางท่อระบายน้ำทิ้งหรือไม่ ถ้าหากว่าไม่ไหลอย่างที่ต้องการ หรือ เกิดปัญหาน้ำขังตามจุดต่างๆ จะต้องให้ช่างแก้ไขโดยด่วนเพราะถ้าทิ้งเอาไว้จะเกิดปัญหาตามมาได้มาก

สรุปเรื่องปูกระเบื้องห้องน้ำ
นี่ก็เป็นทั้ง 7 เรื่องที่คุณควรจะต้องรู้ในการปูกระเบื้องห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการปูกระเบื้องด้วยตัวเองหรือการตรวจรับงาน เพื่อเตรียมการสำหรับการใช้งานห้องน้ำไปอีกหลายปี อย่าลืมว่าแก้กระเบื้องไม่ใช่สิ่งที่จะทำกันบ่อยๆ บางบ้านไม่เคยแก้ตัวกระเบื้องกันเลยหลายสิบปี เพราะนอกจากจะทำยากแล้วมักจะทิ้งร่องรอยความเสียหายเอาไว้เช่น รอยแตก รอยร้าว การไม่เข้ากันของกระเบื้องเก่ากับใหม่และปัญหาอื่นๆ อีกมากมายที่จะตามมาที่จะทำให้กระเบื้องพื้นดูไม่สวยงาม จึงไม่นิยมแก้ตัวกระเบื้องเท่าไหร่นัก ถ้าการตรวจรับงานปูกระเบื้องพื้นไม่ดีตั้งแต่แรกก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาสะสมในระยะยาวก็ได้ แน่นอนว่า 7 ข้อในบทความนี้จะช่วยคุณได้อย่างมากเลยทีเดียว แล้วพบกันใหม่ในบทความถัดไปกับบุญถาวรออนไลน์